วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

มหาวิทยาลัยชีวิต ตอน 2

วันเสาร์ที่ผ่านมา.........ได้มีโอกาส ไปพบปะกับชาวบ้านกับกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิตศูนย์สุเทพ .....ไม่น่าเชื่อ นักศึกษามหาวิทยาลัยชีวิต กลุ่มที่ไปกับผม shopping และเข้ากับชาวบ้านได้เร็วดี ......แต่จิง ๆ ก็เพราะเขาเหล่านั้นเป็นคนในพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ .........ไปถึงร้านแรก...
สถานที่แรก ......เป็นร้านค้าในหมู่บ้านเลย ........ก็สังเกตได้ว่าอาหารการกิน ส่วนใหญ่แม่ค้าเขาก็คงซื้อมาจากตลาดเพื่อมาขายต่อ เห็นแล้วก็.........น่าจะเป็นจุดที่ดีที่เดียวหากนักศึกษาได้สังเกตอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างละเอียดหน่อย เราพบว่าวิถีชีวิตของชาวบ้าน จากที่เป็นชาวบ้าน ปลูกผักปลูกไม้ หาของตามป่า ตามคันนา คันหนอง หายไป เป็นชีวิตที่ต้องรับจ้าง แล้วซื้อกิน ไร่นา ไม่มีตกเป็นของนายทุนเพื่อทำหมู่บ้านจัดสรรเป็นส่วนใหญ่
สภาพหมู่บ้านเริ่มจากทรายคำ.......บ้านเรือนเป็นบ้านชั้นเดียวเป็นส่วนใหญ่ อยู่ติดกันเป็นกลุ่มเครือญาติ.......ไปตามทางริมคลอง ก็พบว่าเป็นของนายทุนทำหมู่บ้านจัดสรร ไปซะแล้ว เดินทางจากบ้านทรายคำก็มาถึงหมู่บ้านช่างทอง ก็แถบนี้ก็ลักษณะเช่นเดียวกัน หมู่บ้านเริ่มแออัด ถนนเริ่มคับแคบ แม้วิถีชีวิตชาวบ้านจะยังคนเผาอิฐ ขายเป็นอาชีพหลัก แต่บ้านที่เราเข้าไปกันก็เป็นบ้านที่เป็นร้านค้าของชำ ของกินของชาวบ้าน ซึ่งก็มีลักษณะเช่นเดียวกับบ้านทราบคำที่แรก
มีสิ่งที่สงสัยอยู่อันหนึ่งคือคันคลองชลประทานซอยเล้ก ทางชลประทานไม่ยอมให้ทางเทศบาล ทำการเทลาดยางถนน ชาวบ้านยังคงใช้ทางที่เป็นลูกรัง........น่าคิด

หมู่บ้านที่สาม ที่ได้ไปพบมา ก็เป็นบ้านใหม่ห้วยทราย พบว่า หมู่บ้านนี้เจริญขึ้นมาก ผิดหูผิดตา จากเมื่อก่อน เป็นหมู่บ้านที่ค่อนข้างไกล ไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา (มีเพื่อนอยู่หมู่บ้านนี้) สอบถามทางเจ้าของบ้านที่ไปพบ ก็พบว่า หมู่่บ้านนี้มีข้าราชการที่ทำงานในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาจับจองซื้อที่ปลูกบ้านอยู่ก็มาก หลายครอบครัวมีฐานะดี เจ้าของบ้านเล่าว่าที่แถวนี้ไม่มีใบโฉนดนะ มีแต่ใบจอง อยู่กันไป แต่เขาก็บอกว่าทางป่าไม้ได้เข้ามาดูแล้ว และให้อยู่ต่อ

ไม่น่าเชื่อภายหลังจากที่เราพบปะกับชาวบ้านได้แล้วก็เดินทางมาตามทางเพื่อหาร้านอาหารทานอาหารกลางวันกัน ก็มานั่งพูดคุยกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งที่ร่ำเปิง สอบถามกลุ่มนักศึกษาที่อยู่ละแวกนั้นก็พบว่า บ้านแถวนี้ไม่มีโฉนดเลย เพราะเป็นที่จอง และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ สุเทพ-ปุย

แสดงให้เห็นว่าละแวกนี้ทั้งหมด มีกลุ่มข้าราชการ นักการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นส่วนใหญ่เข้าซื้อเพื่อจองสิทธิ์ในการอยู่อาศัย ก็ได้ทราบข่าวกันมานานพอสมควรแล้วละ ตั้งแต่หลังพระธาตุดอยคำแถว ๆ แม่เหี้ยะ เรื่อยมา ล้วนเป็นที่ซื้อสิทธิจากชาวบ้านทั้งนั้น

ไม่รู้เหมือนกันว่าวันไหนจะเกิดเหตุแบบเขายายเที่ยง........5555
แต่ผมไม่โทษเขาหรอก เป็นเพราะภาครัฐเองที่ปล่อยปละละเลย หรือมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนหรือเปล่า
เพราะไม่งั้นจะไม่มีเลขที่บ้าน ไม่สามารถขอน้ำ ขอไฟฟ้าเข้าใช้ได้
ก็คงคอยดูต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น: